Posted by suppasu on October 25, 2007
รัฐบาลแห่งนักรบ เป็นศัตรูกับความไม่พอเพียง ยุบทุกอย่างที่ขวาหน้า ยุบ TCDC ไปแล้ว ผมยังเห็นว่าไม่พอ ประเทศชาติสูญเสียเงินไปกับหลายสิ่งที่ไม่พอเพียง ผมขอให้เสนอให้ยุบเพิ่มอีกดังนี้
ยุบมหาวิทยาลัยรัฐไปเลย เปิดมากี่สิบปีก็ไม่รู้ ไม่เห็นประเทศชาติจะก้าวหน้าเลย เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ
เอ้อ ลืมไป ยุบโรงเรียนมัธยม ประถมด้วยซิ สอนนักเรียนไม่เห็นจะได้ผลเลย เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ
ยุบทุนต่างๆให้หมด พสวท, สควท, ทุนวิจัย, ทุนหวย, ทุนการศึกษา, ทุนเรียนดี ส่งไปเรียนทำไมก็ไม่รู้ กลับมาก็มาทำงานให้รัฐบาลงี่เง่าเหมือนเดิม เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ
ยุบหน่วยงานราชการต่างๆไปเลย บริการประชาชนมาแล้วไม่รู้กี่สิบปี ก็ยังห่วยแตกเหมือนเดิม มีหน่วยงานราชการทำไม จ้างข้าราชการทำไม จ้างไปก็เช้าชามเย็นชาม เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ
ยุบการรถไฟไปเลย ขาดทุนมานานแล้วนี่? เปลืองงบประมาณยิ่งกว่า TCDC ซะอีก ทำไมไม่ยุบล่ะ เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ
โครงการ30บาทรักษาทุกโรค (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว) ยุบไปด้วยซิ ขาดทุนอยู่ไม่ใช่เหรอ เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ
ที่สำคัญ ยุบรัฐบาลนักรบไปเลย ทำไมไม่ยุบล่ะ อุตส่าห์ทำรัฐประหารให้ประเทศแย่ลง เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ
ป.ล. สำหรับข้าราชการ ผมว่าเฉพาะพวกที่เช้าชามเย็นชามจริงๆ คนที่ทำดีอยู่แล้วผมไม่ได้ว่านะครับ
Posted in ถังความคิด | Tagged: politics, social, thought | Leave a Comment »
Posted by suppasu on October 18, 2007
ในบรรดาอักษรภาษาอังกฤษทั้งหมด ผมว่าตัวอักษรที่หน้าสนใจที่สุดก็เห็นจะเป็นตัว U เพราะว่าตัว U ตามความคิดของผมมันแฝงไปด้วยปรัชญาหลายอย่าง
ชีวิตคนเรานั้นก็เหมือนตัว U มีขึ้นก็ต้องมีลง ไม่มีใครที่จะขึ้นไปได้ตลอดโดยไม่มีวันลง และในทางกลับกัน ก็ไม่มีใครที่จะลงไปตลอดเช่นกัน แต่ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อเราลงมาถึงจุดต่ำสุดของชีวิตแล้ว เราจะขึ้นไปอีกได้หรือไ่ม่? ซึ่งถ้าหากเรามองตัว U ดีๆ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ที่จุดต่ำสุด แต่สุดท้ายก็จะขึ้นไปอยู่บนจุดยอดไปเสมอ
หากเราลองคว่ำตัว U ก็จะได้ปรัชญาอีกอย่างเช่นกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อตัว U คว่ำ การที่เราจะไปถึงจุดยอดของตัว U นั้น เราต้องผ่านจุดล่างสุดก่อนเสมอ ซึ่งก็เหมือนชีวิตคน ไม่มีใครที่จะถึงจุดยอดได้ โดยที่ตัวเองไม่ผ่านจุดต่ำสุดของชีวิตมาก่อน
ถ้ามอง U ในแง่ส่วนตัว ในชีวิตผมได้รับแรงบันดาลใจจาก U ก็หลายครั้ง ขาด U เหมือนขาดใจ (เน่าไปป่าวฟะ)
ป.ล. ขึ้นต้นเหมือนจะดี แต่ไ่ม่รู้ทำไมลงท้ายแบบเน่าๆซะงั้น
Posted in ถังความคิด | Tagged: life, me, thought | 2 Comments »
Posted by suppasu on October 15, 2007
โปรเจคที่จะทำ+เริ่มทำช่วงปิดเทอม เอามาเขียนไว้กันลืม
- เขียน stock บทความวิทยาศาสตร์ไว้หลายๆอัน ไว้เอาไปลงในเว็บ Jusci
- เริ่ม พัฒนาโปรเจคของ NSC ซะที ดองมาหลายเดือนแล้ว
- จัดการเว็บ Jusci ให้เรียบร้อย คาดว่าจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ๋ (เหรอ) ในเดือนพฤศจิกานี่แหละ
- ทำ โปรเจคจบในส่วนของเทอมสองให้มันก้าวหน้าซะที ดองมาหลายเดือนแล้วเหมือนกัน
- ลดน้ำหนัก
- พัฒนาโปรแกรมบันทึกไอเดียงานวิจัย ไว้ใช้เอง (กะว่าจะเขียนกับบองหลา)
Posted in Dialy/blog | Tagged: me, work | Leave a Comment »
Posted by suppasu on October 13, 2007
เคยไปแสดงความคิดเห็นในบล็อกของขวัญใน learner.in.th เรื่อง ภิกษุสันดานกา : หมิ่นศาสนาหรือว่าสื่อสะท้อนความจริง รู้สึกตัวเองตอบได้ยาวดี ปกติไม่เคยตอบอะไรยาวๆ ซักเท่าไหร่ ขออนุญาติ ขวัญมาแปะไว้ที่นี่หน่อยละกัน
ผมว่าเราต้องแยกประเด็นกันให้ชัดเจน ไม่นั้นล่ะก็ต้องเถียงกันตายเลย
ประเด็นแรก : เรื่องของภาพ
ผมมองว่าศิลปะและวรรณกรรมคือการสะท้อนและกระตุ้นเตือนสังคมในรูปแบบหนึ่ง ผมมองว่าภาพนี้สะท้อนภาพส่วนหนึ่งของพระสงฆ์ในไทยได้เป็นอย่างดี (ผมย้ำว่าส่วนหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ทั้งหมด)
ประเด็นที่สอง : เรื่องการแสดงออกของพระสงฆ์
ถ้าผมเป็นพระสงฆ์ หรือเป็นคนที่ออกมาต่อต้าน สิ่งที่ผมจะทำอย่างแรกก็คือ ยอมรับว่าสิ่งที่เค้าวาดมามีส่วนจริง (ผมจะประท้วงอย่างรุนแรงถ้าเค้าวาดในสิ่งที่ไม่จริง) ผมจะไม่ประณามคนวาด,ผมจะไม่บอกคณะกรรมการให้ยึดรางวัล แต่ที่ผมจะทำก็คือ อธิบายกับสังคม ให้รับรู้ว่าสิ่งที่ศิลปินสะท้อนออกมาคือความจริงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่าพระสงฆ์ทั้งหมดจะต้องเป็นอย่างนั้น
ประเด็นสุดท้าย : เรื่องความรักไม่รักในศาสนา
เรื่อง นี้เป็นเรื่องที่พูดยากและละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง ผมว่าคนที่เห็นด้วยกับภาพ หลายคนก็เป็นคนพุทธ แล้วก็ไม่ใช่เพียงแต่เป็นพุทธในทะเบียนบ้านด้วย แต่มุมมองเรื่องความเป็น ชาวพุทธ ของหลายๆคนอาจจะไม่เหมือนกัน หลายคนบอกว่าการทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม ต่อต้านใครก็ตามที่พูดถึงศาสนาในทางไม่ดี (แม้ว่าจะมีส่วนจริง) นั่นคือชาวพุทธ
ผมขอยกตัวอย่างที่ Extremeหน่อย เพื่อจะเห็นภาพได้ชัด (อาจจะแรงไปบ้าง)
ตา มีีเป็นคนใจบุญ เข้าวัด ฟังธรรม ตักบาตรทุกเช้า ตามีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับภาพวาดนี้ แต่เบื้องหลังของตามีที่หลายคนอ่าจจะไม่รู้ก็คือ ตอนกลางคืนตามีกลายร่างเป็นโจร เที่ยวปล้นไปทั่ว ผมถามว่า คนอย่างตามีถือว่าเป็นชาวพุทธหรือไม่?
ตานาไม่เคยเข้าวัด ไม่เคยฟังธรรม ตานามองภาพนี้แล้วสนับสนุน แต่ถึงตานาจะไม่เคยทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม หรือปกป้องพระพุทธศาสนา แต่ตานาก็ไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร ไม่เคยเบียดเบียนใคร ช่วยเหลือสังคมตามโอกาส ผมถามว่า คนอย่างตานา ถือเป็นชาวพุทธหรือไม่ ?
Posted in ถังความคิด | Tagged: arts, religion, thought | Leave a Comment »