Suppasu diary/blog

Social Movi and Me

Archive for February, 2008

ศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และ ไอซีที : ว่าด้วยเรื่องกระทรวงศึกษา (ตอนที่1)

Posted by suppasu on February 14, 2008

ชื่อหัวข้อบล็อกในวันนี้ มาจากชื่อของสามกระทรวงหลัก ที่ผมคิดว่าเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนครับ

หลายคนอาจจะถาม เ๊อ๊ะ กระทรวงที่เป็นกลไกในการพัฒนาประเทศ น่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ หรือ กระทรวงการคลังไม่ใช่เหรอ สำหรับหลายคนที่สงสัย ผมขอให้ย้อนกลับไปดูประโยคแรกของบล็อกอีกครั้ง แล้วลองอ่านตัวหนาที่ผมเน้นไว้ดูนะครับ

ทุกๆ ครั้งที่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานให้กับประเทศชาติ (หรือเปล่า) กระทรวงหลักที่ผมจับตามอง ก็ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นี่แหละครับ แต่พอตอนหลัีง มีกระทรวง ICT แยกออกมา ผมก็เลยต้องจับตามองกระทรวงนี้เพิ่มขึ้นอีก เพราะโดยสายงานแล้ว ผมต้องเกี่ยวข้องกับ ICT อยู่ตลอด

ทำไมผมถึงคิดว่า ทั้งสามกระทรวงนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ?

เริ่มที่กระทรวงศึกษาธิการก่อนแล้วกัน กระทรวงนี้สำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวอย่างแน่นอน ข้อนี้คงไม่มีใครเถียง งบประมาณที่ภาครัฐทุ่มมาให้กับกระทรงนี้ ถือว่ามากเป็นอันดับต้นๆ อันนี้ก็ชัดเจน แสดงว่าประเทศเราก็ให้ความสำคัญกับการศึกษา

แต่ทำไมการศึกษาไทยยังไม่ก้าวหน้า ? จัดลำดับการศึกษาทุกครั้ง ไทยเราได้รองบ๊วยเกือบทุกครั้ง ถามว่าทำไม ?

ถ้าเอาคำถามนี้ ถามคนซักสิบคน ก็คงจะได้คำตอบซักสิบอย่าง แต่ถ้าถามผม ผมก็จะตอบง่ายๆ ครับ “เราไม่เข้าใจคำว่าการศึกษา”

คำว่าการศึกษา สำหรับผม มันไม่ใช่การ ให้อาจารย์มาพูดๆๆๆ บลาๆๆๆ ออกข้อสอบ นักเรียนนักศึกษาทำข้อสอบที่อาจารย์ได้เต็ม get A แล้วก็จบ รับวุฒิ ได้กระดาษมาซักแผ่น แล้วก็โอเค คุณมีการศึกษาแล้วนะ สำหรับผมสิ่งนี้ไม่ถือเป็นการศึกษาครับ เป็นแค่การให้ Information เฉยๆ ครับ

การศึกษาในความคิดของผม ไม่ต้องสอนเยอะ ไม่ต้องสอบมาก ไม่ต้องท่องจำ ขอแค่คนที่ผ่านการศึกษามาแล้ว สามารถคิดเองได้ ตัดสินข้อมูลที่รับมาได้ด้วยตนเอง ทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของสัึงคม ดำรงชีวิตด้วยปัญญาของตัวเอง (ขอมากไปหรือเปล่าเนี่ย) สำหรับผม นี่คือความหมายและจุดประสงค์ที่แท้จริงของการศึกษา

ถ้าจะให้ผมวัดความสามารถของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน เต็ม 10 ผมให้ 3 ครับ ให้เพราะความพยายามครับ ไม่ใช่เพราะความสามารถ เราพยายามปฏิรูปการศึกษามาหลายยุคหลายสมัย แต่ยิ่งทำก็เหมือนกับลิงพันแห แก้กันไปกันมามั่วเป็นที่สุด child centre (เ็ด็กเรียกควายเซนเตอร์) ก็ล้มเหลว, หลักสูตรใหม่ ใช้ไปใช้มาก็เหลวยิ่งกว่าเดิม, Admission ยิ่งทำไปทำมาก็แย่

ผมเข้าใจว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่กระทรวงศึกษาพยายามนำมา้มใช้ ก็ด้วยจุดประสงค์ดีครับ แต่เราต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ทำไมเอามาใช้ทีไร ก็ล้มเหลวทุกที อย่าง child center ผมเห็นด้วยในหลักการนะ แต่ใช้ไปใช้มา กลายเป็นว่าอาจารย์สบาย เด็กนั่นแหละที่ตาย ตรงนี้กระทรวงศึกษาต้องหาปัญหาให้เจอนะครับ ไม่นั้นการปฏิรูปการศึกษาก็คงวนเวียนอยู่อย่างนี้

ถ้าทางกระทรวงศึกษามองปัญหาไม่ออก เพราะผู้ใหญ่ในกระทรวงผ่านพ้นวัยเด็กมานานแล้ว ผมพอจะเสนอปัญหาให้ได้นะครับ

  • ยึดติดกับ tools มากเกินไป :

อันนี้เห็นได้ค่อนข้างชัดครับ ขอออกตัวก่อนนะว่าในฐานะที่ผมกำลังจะเป็นวิศวกร ผมไม่ปฏิเสธว่า การที่เราจะวัดว่าอะไรประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ เราต้องมีอะไรซักอย่างที่อ้างอิงได้ ประเมินผลออกมาเป็นตัวเลขได้ เมื่อประเมินออกมาแล้ว เราก็ต้องมีหลักฐานยืนยัน สำรับการศึกษา การสอบ ถือเป็น tools ที่ใช้ในการวัด เกรดที่ได้ คือ ouput ของการวัด วุฒิบัตร คือหลักฐานอ้างอิง อันนี้ผมก็ยอมรับ และไม่ปฏิเสธครับ แต่การศึกษาไทยในปัจจุบัน เรากำลังยึดถือกับ tools, output และ หลักฐาน กันมากเกินไปหรือเปล่า ? เราใช้ tools และ output ตัวนี้ในการตัดสินในทุกๆ ด้านๆ และทุกๆทางของการศึกษา อันนี้ผมว่าไม่แฟร์ ครับ tools ทุกอย่างมีข้อจำกัดในตัวของมันเอง ไม่มี tools ตัวไหนสามารถวัดได้ทุกอย่าง และให้ผลออกมาถูกต้องทุกอย่าง แต่เรากลับไปยึดถือ tools และ ouput ที่ได้จาก tools ตัวนี้ ให้มันกลายเป็นทุกๆอย่าง อันนี้น่ากลัวนะครับ

  • ขึ้นต้นเป็นบ้องไม้ไผ่ ลงท้ายเป็นบ้องกัญชา :

อันนี้คือความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายครับ ตัวอย่างเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ เรื่อง child center นี่แหละ กระทรวงมีแต่บอกกรอกหูทุกวันว่า เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แต่ไม่เคยสร้างความเข้าใจเลยว่า การยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางคืออะไร แต่ละคนก็เลยทำไปคนละทาง อาจารย์หลายคนเข้าใจว่า การยึดผุ้เรียนเป็นศูนย์กลางก็คือ ให้เด็กทำทุกอย่าง อาจารย์ไม่ต้องสอน วิชาเดียวมันก็ยังพอรับได้อยู่ครับ แต่อย่าลืมว่าเด็กนักเรียนต้องเรียนหลายวิชา แล้วอาจารย์ทั้งหลายดันเข้าใจแบบนี้หมด นักเรียนก็ตายน่ะสิครับ เรียนไม่รู้เรื่องแล้วทำไง ก็ต้องไปเรียนพิเศษ คนไม่มีเงินทำไงล่ะ ก็ต้องจำยอมทนต่อไปในระบบน่ะสิ

  • Top-Down vs Bottom Up :

Top-Down เป็นสิ่งที่ระบบราชการไทยถนัดครับ  นโยบายของประเทศไทย แทบทั้งหมด เป็นแบบสั่งการจากส่วนกลาง ลงมาส่วนล่างครับ คนที่สั่งไม่เคยรู้หรอก ว่าจริงๆแล้วข้างล่างเป็นอย่างไร ได้แต่สั่งๆๆๆๆ แล้วก็ให้ปฏิบัติตาม ถ้าสถาพความเป็นจริงในพื้นที่มันก็ดีไป แต่ถ้ามันไม่ตรงล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น ตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์เพื่อนการศึกษาในสมัยก่อนยังไง อุตส่าห์แบกคอมไปให้โรงเรียนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ แล้วมันจะใช้คอมได้ยังไงเนี่ย

Bottom Up วิธีนี้น่าจะเหมาะสมกว่านะครับ เพราะคนที่ทำงานอยู่ ย่อมเข้าใจสภาพปัญหาดีที่สุด เมื่อมีปัญหาอะไรก็ตาม คนที่คลุกคลีอยู่กับปัญหาย่อมจะเข้าใจและตอบสนองได้ดีที่สุดครับ

  • เน้นสิ่งสมมุึติ

อันนี้ผมเขียนไปคงไม่ดีเท่าบทความที่ อ.ธวัชชัย เป็นคนเขียนครับ สามารถคลิกอ่านได้ ที่นี่

ตอนแรกว่าจะเขียนสั้นๆ เขียนไปเขียนมาชักจะยาวซะแล้ว ขอตัดไปตอนต่อไปนะครับ

    Posted in ถังความคิด | Tagged: , , , | Leave a Comment »

    หมดไฟ

    Posted by suppasu on February 10, 2008

    ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรดูตัวเองหมดไฟ ไม่มีกำลังใจในการทำงานเลย

    เรื่องของเรื่อง มันเริ่มมาจากปลายปีที่แล้ว หลังจากปล่อยงานให้ไฟลนจนถึงลำไส้ใหญ่ ก็เลยต้องทำงานข้ามวันข้ามคืนเพื่อเขียนโปรแกรมให้ทันส่งตามกำหนด แล้วงานที่ทำมันไม่ใช่งานเดียวซะด้วยสิ มีทั้งโปรเจค และ NSC เขียนไปเขียนมามันก็ไม่เวิร์กทั้งสองอย่าง ซวยไปอีก

    NSC ไปแข่งมาก็ไม่ได้รางวัลซะอีก เรื่องนี้จะโทษใครก็ไม่ได้ นอกจากโทษตัวเอง ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าทำงานแค่สัปดาห์เดียว ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายก็ถือว่าบุญแล้ว แต่แอบเสียใจเ็ล็กๆ กับหัวข้อที่ทำ เพราะถ้าทำให้ดีๆ มันก็ต้องมีรางวัลติดไม้ติดมือมาบ้าง

    side effect ที่ได้จากการโหมทำงานหนัก นอกจากจะ เบื่อ เซ็ง เครียดแล้ว เรื่องราวกับคนๆนั้นก็ดูจะห่างหาย จากโทรเกือบทุกวัน กลายเป็นโทรเกือบทุกสัปดาห์แทน เฮ้อ….

    มาบ่นแค่นี้และ ไปดีกว่า

    Posted in Dialy/blog | Leave a Comment »

    ผลการแข่งขันในงาน Thailand ICT Contest Festival 2008

    Posted by suppasu on February 5, 2008

    มหกรรมการประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 (Thailand ICT Contest Festival 2008) ที่จัดระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ ได้ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการแล้วครับ สำหรับรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลในแต่ละสาขา สามารถดูได้ ตามนี้

    การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมแห่งประเทศไทย หรือ NSC ที่นี่

    การประกวดโครงงานนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ หรือ YSC ที่นี่

    การแข่งขันประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ YECC ทีนี่

    การแข่งขันสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วย RFIDแห่งประเทศไทย หรือ NRIC ที่นี่

    ยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกคนนะครับ ส่วนผมปีหน้าคงต้องพยายามใหม่

    Posted in Dialy/blog | Tagged: , , | Leave a Comment »