Posted by suppasu on April 26, 2008
จริงๆ ว่าจะไม่เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวสุดฮอตในปัจจุบันซะแล้ว แต่เมื่อวานอ่านข่าว นี้ ก็สังเกตอะไรบางอย่าง ก็เลยเอาซะหน่อย
สรุปคร่าวๆ จากลิงค์ที่ให้ข้างบน ระบบนิเวศจะมีประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุด ก็ต่อเมื่อระบบนิเวศนั้นๆ มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง ตรงกันข้ามกับระบบที่ไม่มีความหลากหลาย ที่มีผลผลิตที่ต่ำกว่า และอาจถึงขั้นเสื่อมโทรมในที่สุด
อีกซักตัวอย่าง ข้อดีของการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ก็คือ มีความหลากหลายทางพันธุกรรม เมื่อเทียบกับการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และมันเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิต
ผมไม่พูดถึงความเหมาะสมในเรื่องการยืนหรือไม่ยืน เพราะถือว่าคนที่กระทำก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ตนเองได้ทำลงไป บางเรื่องถึงแม้เราจะไม่เห็นด้วย แต่สุภาษิตไทยยังคงใช้ได้อยู่เสมอ “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม”
แต่สิ่งที่ต้องพูดถึง คือการกระทำของคนอีกจำพวกมากกว่า เขาไม่มี ไม่มีสิทธิอะไรทั้งสิ้น ที่จะไปทำร้ายร่างกายผู้อื่น ถึงแม้ว่าสิ่งที่คนอื่นกระทำ จะเป็นการขัดกับความคิดของตัว เขาก็ไม่มีสิทธิที่จะทำอย่างนั้น และแน่นอน การทำร้ายร่างกายถือว่าผิดกฏหมายอย่างชัดเจน
การรักและเทิดทูนไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การกระทำที่เกินพอดี ย่อมส่งผลเสียต่อระบบโดยรวม เมื่อไหร่ก็ตามที่เราใช้ความรู้สึก มากกว่าสติ หรือเหตุผล นั่นเป็นสัญญาณอันตราย เพราะในที่สุด การรักและเทิดทูนจนเกินพอดี ก็จะส่งผลเสียต่อบุคคลที่เรารักและเทิดทูนมากที่สุดนั่นเอง
เห็น reaction ของคนในสังคมแล้วก็น่าเป็นห่วง หลายคนอาฆาตหมายมั่นปั้นมือ หลายคนแจกจ่ายรูปถ่ายพร้อมประวัติของผู้ที่ไม่มีความคิดตรงกับตัว โดยหวังที่จะอาศัยสังคมที่เห็นด้วยกับตัว ในการกดดัน, ขับไส, ต่อต้าน ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากตัว หลายคนไม่ยอมรับในความเห็นที่แตกต่างนั้น หลายคนแบ่งเป็นฝ่ายๆ คิดไม่เหมือนพวกกูคือสิ่งผิด คิดไม่เหมือนพวกกูคืออาชญากร ในสังคมไทย เราสามารถยกตัวอย่างของการไม่ยอมรับในความคิดที่แตกต่างได้มากมาย มากซะจนเขียนเป็นวันๆ ก็ไม่จบ
สิ่งที่สังคมไทยขาดไปในตอนนี้คืออะไร ? สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่สังคมที่มีความคิดเหมือนกันหมดทั้งสังคม การยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างถือเป็นจุดเริ่ม ถือเป็นความจำเป็นที่จะสร้างสังคมให้อยู่รอดต่อไป สังคมใดก็ตามที่ไม่ยอมรับความแตกต่างในความคิด ขาดวัฒนธรรมการวิพากษ์ เป็นสังคมแห่งความแบ่งฝ่าย ไม่ใช่พวกกู ก็ต้องเป็นพวกมัน สังคมที่ไม่มีพื้นที่ว่างให้กัับคนที่คิดแตกต่าง สังคมนั้นย่อมไม่ทานทนต่อกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง จริงอยู่ สังคมลักษณะนี้อาจต้านทานความเปลี่ยนแปลงได้ในระดับหนึ่ง แต่หากความเปลี่ยนแปลงนั้นถาโถม เกินกว่าที่ความคิดเห็นแต่เพียงข้างเดียวจะตามทัน ในที่สุดสังคมนั้นก็จะตายและสูญสลายออกไปจากระบบ
เราจะเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่นี้ได้อยางไร ? การศึกษาจะช่วยสิ่งนี้ได้จริงหรือ ? ในเมื่อผู้สอนก็ยังยึดติดอยู่กับความคิดตัว ในเมื่อสังคมรอบข้างยังเป็นเช่นนี้อยู่ ในเมื่อผู้ที่คิดเห็นแตกต่าง ถูกผลักจนไปติดขอบของสังคม หรือเราจะต้องรอให้สังคมเราเกิดวิกฤติ เหมือนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆ มา ? ถ้าหากเราเพียงแต่ยอมรับความแตกต่างในความคิดได้ ? หรือความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย เพราะ “ที่นี่ประเทศไทย”
บล็อกนี้มีเครื่องหมายคำถามค่อนข้างมาก เป็นคำถามที่รอคำตอบ และอาจจะต้องรอคำตอบไปจนชั่วนิรันดร์ รอไปจนกว่าสังคมที่เราอยู่จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
Posted in ถังความคิด | Tagged: social, thai | 1 Comment »
Posted by suppasu on April 26, 2008
ไปอ่านบล็อกเรื่อง โลกที่เร็วและกว้างเกินการรับรู้ ของ teerapap รู้สึกเห็นด้วยกับเนื้อหาข้างในหลายอย่าง โดยเฉพาะประโยคนี้
ผมเคยใช้ชีวิต นั่งอ่าน blog นั่งอ่านข่าว นั่งเสพความรู้ผ่าน feed reader จมอยู่กับมันวัน
ละสองสามชั่วโมง เสียเวลาชีวิตก็จริง แต่ก็ได้ความรู้มากมาย
เห็นด้วยอย่างแรง !!! ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เสียเวลาในแต่ละวันในการอ่านข่าว จัดการ feed กว่าจะเคลียร์ในแต่ละวัน ก็ปาเข้าไป 2-3 ชั่วโมงแล้ว หยุดอ่านซักสองวัน feed ก็มาเป็นร้อย พอเยอะมากๆ เข้า ก็กด read all ไปซะ เสียดายก็เสียดาย แต่ไม่รู้จะทำไง ขืนอ่านหมดก็ไม่เป็นอันทำอะไรพอดี
พอเริ่มอ่านมากๆ เข้า ความคิดบางอย่างมันก็ตกตะกอนในหัว เอ๊ะ ทำไมเราต้องมานั่งอ่านของพวกนี้ทุกวันด้วย ? เหตุผลหลักที่ดึงดูดให้มาอ่านของพวกนี้คืออะไร ?
หากเราลองถอยออกมาจากโลกไซเบอร์ซักก้าวนึง แล้วลองมองไปยังสังคมรอบๆตัวเรา จะเห็นได้ว่ารอบๆตัวเรา มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา เราอาจคุยเรือ่งการเมืองกับเพื่อนได้เป็นวันๆ ก็เพราะทั้งเพื่อนและเรามีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เราอาจจะชอบฟังนักวิชาการบางคนพูด ก็เพราะชื่นชมในตัวนักวิชาการคนนั้น หรืออาจจะชื่นชมในเนื้อหาที่เขาต้องการนำเสนอ
กลับมาที่โลกไซเบอร์กันต่อ จากสังคมจริงๆ ในชีวิตจริง เราก็อาจจะสรุปได้ว่า สิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เรามาอ่าน ข่าวหรือfeed นั้นๆ เป็นประจำ นั่นก็คือ เนื้อสาร และผู้ส่งสาร
การใช้ feed ช่วยเรากลั่นกรองเนื้อหาที่เราต้องการได้บางส่วนก็จริง แต่บนโลกไซเบอร์แห่งนี้ เนื้อหาต่างๆ มีจำนวนมากมายมหาศาล ถึงแม้เราจะเลือกเนื้อหาที่เราสนใจ จำนวนที่มีมันก็ยังมากอยู่ดี แล้วอีกอย่าง feed ก็กรองเนื้อหาที่เราต้องการได้อย่างอยาบๆ เท่านั้น เราอาจสนใจวิชาฟิสิกส์ก็จริง แต่เราก็ไม่ต้องการรู้เรื่องพลังงานในระดับควอนตัม ซึ่งตรงนี้การใช้feed ในการกรองยังทำได้ไม่ดีนัก
ส่วนการเลือกผู้ส่งสาร เฉพาะที่เราชื่นชอบ วิธีนี้อาจจะดี แต่ในคนๆหนึ่ง ก็ล้วนมีหลายด้าน ในบางด้านอาจเราอาจจะไม่ชอบตรงนั้น ทำไงดี ?
สำหรับผม วิธีแก้ปัญหาข้อมูลล้นท่วมหัว ที่ผมมักจะใช้เสมอ ก็คืออาศัยเครือข่ายทางสังคมนี่แหละครับ ผมไม่ต้องไล่ตามฟังเพลงทุกเพลงที่ออกใหม่ เพราะผมมีเพื่อนหลายคน ที่มีรสนิยมในการฟังเพลงเหมือนๆผม เมื่อพวกเขาเห็นเพลงไหนที่คิดว่าผมน่าจะชอบ เค้าก็บอกผม ในทางกลับกัน เมื่อมีหนังเรื่องไหนที่เพื่อนๆน่าจะชอบ ผมก็แนะนำ ซึ่งก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
รูปแบบที่พูดมา หลายคนคงพอนึกออกแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็แบบ Last.fm ที่เราสามารถกรองเพลงที่เราชอบได้ แน่นอน การใช้วิธีดังกล่าว ต้องอาศัย learning curve ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าข้อมูลมีจำนวนมากขึ้น ความแม่นยำในการทายใจเราก็จะมากขึ้น ซึ่งผมคิดว่าน่าจะช่วยในการกลั่นกรองข้อมูลในระดับหนึ่ง
Google reader อาจจะสามารถให้แต่ละคน share feed ที่อ่าน หรือให้ดาวได้ก็จริง แต่ผมมองว่ามันยังไม่มีประสิทธภาพเพียงพอ หลายครั้ง item ที่ share ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผมสนใจ หลายครั้งกลายเป็นไปคนละเรื่องกันเลย
การมาของ web 3.0 คงทำให้อะไรๆ ดีขึ้นกว่านี้ ?
หรือเราาควรเปลี่ยนแปลงนิสัยของเราเอง รู้เท่าที่จำเป็น ?
หรือไม่ต้องรู้อะไรเลย ใช้ชีวิตไปวันๆ ?
แบบไหนกันแน่ที่ดี ?
Posted in ถังความคิด | Tagged: communication, Information, internet, social | Leave a Comment »
Posted by suppasu on April 17, 2008
เห็นเล่นกันก็หลายคนแล้ว ลองเล่นบ้างดีกว่า
suppasu@europa:~$ history|awk ‘{a[$2]++} END{for(i in a){printf “%5d\t%s\n”,a[i],i}}’|sort -rn|head
107 ls
106 cd
63 sudo
39 vi
30 ruby
29 clear
19 mv
18 exit
16 rm
9 tar
โห เพิ่งรู้ว่าทำ cd กับ ls ใช้เกือบเท่ากันเลย เพราะเวลาเข้าไปในโฟลเดอร์ทีไร ก็ต้อง cd ทุกครั้ง (เข้าข่าวว่าเป็นโรคจิตประเภทหนึ่ง) แต่เท่าที่เห็นหลายๆ คน ก็เป็นเหมือนกัน (เช่น teerapap)
อีกคำสั่งที่ใช้บ่อย แต่ไม่ค่อยเห็นคนอื่นใช้กัน ก็คือ clear อันนนี้เป็นความโรคจิตส่วนตัวล้วนๆ ไม่ชอบมีข้อความเต็มหน้าจอ เน้นจอให้มันโล่งๆ ไว้ก่อน 555
Posted in Dialy/blog | Tagged: command, me, unix | Leave a Comment »