Posted by suppasu on July 17, 2007
Harryภาคนี้ถือว่าเป็นภาคแรกที่ได้ไปดูในโรงหนัง อุตส่าห์รอเวลาเพื่อไปดูsoundtrack & รอคนน้อยๆ แต่ที่ไหนได้ พอเข้าไปในโรงหนัง คนกลับมาดูเต็มโรงเลย ก็เลยแอบเซ็งเล็กน้อย
การไป ดูหนังคราวนี้ ถือว่าเป็นการดูหนังที่ค่อนข้างดี ไม่ค่อยมีอะไรรบกวนมากนัก จะมีก็แต่ผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ซึ่งลุกออกไปนอกโรงหนังบ่อยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกไปทำไม แต่ก็ให้อภัยล่ะกัน (เค้าน่ารักดี _^^_)
ผม ว่าหนังภาคนี้ สู้ภาค 3-4 ไม่ค่อยได้ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่าฝีมือผู้กำกับที่ยังไม่ถึงขั้น(มั้ง) การดำเนินเรื่องก็ดูขาดๆเกินๆไม่ต่อเนื่อง (หรือว่าโรงหนังมันตัดก็ไม่รู้)
ส่วน ที่หลายๆคนรู้สึกอิจฉาฉากระหว่าง โชและแฮรี โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกเฉยๆ เพราะในความรู้สึกของผม โชแชง นั้นต้องเป็นคนที่่สวย สวยมากๆ สวยยากที่จะหาใครเทียม แต่โชแชงในหนังกลับ… เฮ้อ ขัดใจเป็นที่สุด
เรื่อง ของตัวละคร ก็นับว่าแสดงกันได้ดีตามบทบาท แต่ที่เป็นตัวขโมยซีนและเด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่นๆ ก็คงจะเป็น ลูน่า เลิฟกู๊ด ที่การแสดงทรงพลังอย่างมาก แถมยังน่ารักสุดๆ แย่งซีนตัวหลักทุกฉากที่แสดงเลย
สรุป: ถ้าเป็นแฟนHarry ก็น่าจะไปดูนะครับ
ให้ เกรด B- ครับ
ป.ล. :
- จากHarry ภาคนี้ทำให้ผมได้แฟนคลับเพิ่มมาอีก1คนก็คือ Evanna Lynch หรือคนที่แสดงเป็น ลูน่า เลิฟกู๊ด นะ่เอง น่ารักมากๆเลย
- อันนี้ความเห็นส่วนตัว ผมว่า Evanna Lynch เนี่ย หน้าคล้ายๆ Dakota Fanning (แฟนคลับอีกคนหนึ่งของผม) มากๆเลยนะ
Posted in Dialy/blog | Tagged: movie, review | 4 Comments »
Posted by suppasu on July 15, 2007
วันนี้ขอเปลี่ยนแนวจากหนังมาเป็นการ์ตูนซะหน่อย เรื่องที่จะพูดถึงก็คือ Voice of a distant star หรือมีชื่อภาษาไทยสุดไพเราะว่า เสียงเพรียก…จากดวงดาว ซึ่งเป็นการ์ตูนสั้นอันสุดแสนประทับใจที่มีความยาวเพียง25นาที จากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง
เนืื้อ เรื่องได้ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเด็กมัธยมต้นสองคน โนโบรุและมิคาโกะ ซึ่งก่อนที่ทั้งสองจะต้องแยกจากกัน ทั้งคู่ก็เป็นเหมือนคู่รักสมัยมัธยมทั่วๆไป กลับบ้านด้วยกัน, มาโรงเรียนด้วยกัน, ทานไอศกรีมด้วยกัน แต่เนื่องด้วยความสามารถอันสุดยอดของมิคาโกะ ทำให้เธอถูกคัดเลือก โดย UN เพื่อให้ไปเป็นนักบินของ Tracer ที่จะต้องไปต่อสู้กับ มนุษย์ต่างดาว Tarsian ซึ่งมาบุกรุกโลกของเรา
จากการที่มิคาโกะได้รับเลือกให้เป็น นักบินอวกาศนี่เอง ทำให้โนโบรุต้องเรียนต่อเพียงคนเดียว ทั้งสองคนติดต่อกันด้วยการส่งเมลล์ผ่านมือถือของทั้งสองคน ยิ่งทั้งสองห่างกันเท่าไหร่ ระยะเวลาที่ใช้ในการส่งเมลล์ของทั้งสองก็ใช้เวลานานมากขึ้น ซึ่งเป็นเหมือนบทพิสูจน์ความรักของทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี
Review :
ถือ ว่าเป็นการ์ตูนที่สมบูรณ์แบบมากเรื่องหนึ่ง เพราะเวลาเพียงแค่25นาที แต่เนื้อเรื่องนั้นดูลื่นไหลไม่ติดขัด การถ่ายทอดเนื้อเรื่องทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนได้อย่างชัดเจน เลยทีเดียว
ส่วนโทนอารมณ์ของหนังเรื่องนี้ ขอบอกตรงๆเลยว่า เศร้าและซึ้งสุดๆ เท่าที่เคยดูหนังมาเลยทีเดียว โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “We’re like lovers torn apart by spaces, and earth.” ซึ่งเท่าที่ถามความเห็นของคนที่เคยดูหนังเรื่องนี้รวมถึงตัวผม ต่างลงความเห็นว่าเป็นประโยคที่รวมความรู้สึกหลายๆอย่างของทั้งสองคนเข้า ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เศร้า,เจ็บปวด, คิดถึง ล้วนรวมไว้ในประโยคนี้เพียงประโยคเดียว ส่วนตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้ อาจทำให้หลายๆคนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
ให้ A+ ครับ
ป.ล. ตอนดูควรเตรียมผ้าเช็ดหน้า หรือกระดาษทิชชู่ไว้ด้วยนะครับ …….เราเตือนคุณแล้ว
Posted in Dialy/blog | Tagged: movie, review | 1 Comment »