Suppasu diary/blog

Social Movi and Me

Posts Tagged ‘thought’

ขาดหาย

Posted by suppasu on January 5, 2008

เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น มนุษย์เราสบายขึ้น แต่อะไรล่ะที่ขาดหายไป ?

โลกแคบลง ติดต่อสื่อสารได้ง่ายขึ้น แต่อะไรล่ะที่ขาดหายไป ?

ออกแรงน้อยลง ผลผลิดมากขึ้น แต่อะไรล่ะที่ขาดหายไป ?

สุขภาพดีขึ้น อายุยืนยาวขึ้น แต่อะไรล่ะที่ขาดหายไป ?

เลือกได้มากขึ้น เสรีมากขึ้น แต่อะไรล่ะที่ขาดหายไป ?

ใกล้ชิดมากขึ้น รักกันมากขึ้น แต่อะไรล่ะที่ขาดหายไป ?

ชื่อเสียงมากขึ้น เงินทองมากขึ้น แต่อะไรล่ะที่ขาดหายไป ?

Posted in ถังความคิด | Tagged: | Leave a Comment »

แนวคิดเรื่องยุทธศาสตร์ตาผึ้งกับภาคีนักศึกษาทำวิจัยใน ม.อ.

Posted by suppasu on December 14, 2007

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีโอกาสได้ฟังบรรยายของ อ.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ เรื่อง “งานวิจัยกับการพัฒนาพื้นที่ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ฟังแล้วก็เกิดความคิดหลายๆอย่างขึ้นมาในหัว เพราะสิ่งที่ อ.สุธีระ พูดมา หลายอย่างก็เป็นสิ่งที่ผมกำลังคิดแต่ยังมองภาพได้ไม่ชัดเจน บางอย่างก็สะกิดให้คิดอะไรใหม่ๆ

อย่างแรกที่คิดได้ก็คือ มหาวิทยาลัยของเราน่าจะมีการประชาสัมพันธ์ในส่วนของงานวิจัยให้นักศึกษาในแต่ ละคณะรู้กันมากกว่านี้ เพราะเท่าที่เห็น งานวิจัยในส่วนของแต่ละคณะมักจะรู้กันอยู่ในแต่คณะตัวเอง อย่าว่าแต่คณะเลย แม้กระทั่งคณะเดียวกัน แต่คนละภาควิชาก็ยังหาอ่านได้ยาก (อันนี้อาจจะเป็นเพราะความไม่รู้ของผมเองก็ได้) ซึ่งน่าจะมีหน่วยงานกลางหรือ search engine ที่มีประสิทธิภาพในการค้นหา (ผมไม่นับ OPAC ในห้องสมุด เพราะยังไม่สามารถค้นถึง content ข้างในได้) ซึ่งในส่วนนี้ผมคิดว่าเป็นส่วนสำคัญ เพราะบางครั้งเรามีไอเดียใหม่ๆ แต่ไม่แน่ใจว่าเคยมีคนทำมาแล้วหรือเปล่า จะได้สามารถไปค้นหามาอ้างอิงได้

ความ คิดที่สองที่ตามมาติดๆจากความคิดอันแรก ก็คือ อยากให้มีหน่วยงานกลางในการจัดการบรรยายสิ่งที่นักศึกษาทำวิจัยได้ทำในแต่ละงาน โดยอาจจะบังคับให้นักศึกษาที่เป็นผู้ช่วยวิจัยในระดับ ป.ตรี, ป.โท, ป.เอก ทุกคนเป็นสมาชิก แล้วมีการจัดประชุมกันเดือนละครั้ง เพื่อที่ให้นักศึกษาที่ทำวิจัยแต่ละคน ได้มีโอกาสได้เห็นงานวิจัยของคนอื่นๆ จะได้มองภาพในแบบ big picture ได้ดีขึ้น แล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานวิจัยที่ตัวเองทำอยู่ได้ หรือบางทีอาจจะทำให้เกิดงานวิจัยใหม่ๆ ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างงานวิจัยของกลุ่มอื่นๆ

ความคิดที่สามเป็นการต่อยอดมา จากความคิดที่สอง ถ้าหากเรามีหน่วยงานที่รวบรวมนักศึกษาทำวิจัยได้จำนวนหนึ่งแล้ว ทางมหาวิทยาลัยอาจจะแบ่งเป็น cluster ของงานวิจัย โดยในแต่ละ cluster ก็จะประกอบด้วยนักศึกษาทำวิจัยต่างคณะกัน เพื่อที่จะให้งานวิจัยในแต่ละ cluster มี point of view ที่หลากหลาย ซึ่งผมมองว่าจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำวิจัย

ตัวอย่างของความคิดที่สาม ที่ลองคิดเล่นๆ ก็คือ เราอาจจะมี cluster ของวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โดยเน้นการวิจัยเกี่ยวกับการสำรวจด้านชีวะ (ซึ่ง มอ. เราน่าจะโดดเด่น เพราะภาคใต้เรามีความหลากหลายทางชีวภาพสูง) โดยใน cluster นี้ ก็อาจประกอบด้วย นักศึกษาสายชีวภาพเป็นหลัก โดยอาจจะมีนักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สำหรับการเขียนโปรแกรม, นักศึกษาที่เรียนคณิตศาสตร์ สำหรับ การสร้างโมเดล, นักศึกษาด้านเคมี สำหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี, นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ สำหรับการวิเคราห์ความจำเป็นด้านเศรษฐกิจหรือความคุ้มทุน

สำหรับการแบ่ง เป็น cluster ต่างๆ ข้อดีที่เห็นได้ชัดก็คือ นักศึกษาได้ทำวิจัยร่วมกับ งานวิจัยในสาขาอื่น มีโอกาสมองในภาพรวมได้ดีกว่า และงานวิจัยที่ได้ ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และผลงานที่ได้ก็จะเด่นในด้านภาพรวม ซึ่งหากเป็นการทำวิจัยแยกกันของแต่ละส่วน เราอาจจะไม่สามารถนำงานวิจัยนั้นมาใช้ร่วมกันได้ สุดท้ายก็กลายเป็นงานวิจัยขึ้นหิ้ง

และถ้าหากภาคีวิจัยและcluster วิจัยประสบความสำเร็จ เราก็อาจจะเชื่อมโยงงานวิจัยกับเครือข่ายภายนอก เช่น เครือข่ายองค์กรเอกชน, เครือข่ายข้าราชการ, เครือข่ายประชาชน ทำให้เกิด impact อย่างมากกมาย

แนวคิดทั้งหมดที่ได้มา อ.สุธีระ ใช้คำว่า ยุทธศาสตร์ตาผึ้ง นั่นก็คือ ภาพรวมที่ผึ้งเห็น จะเกิดจากตาประกอบย่อยๆหลายๆอันประกอบภาพมาเป็นภาพใหญ่ภาพเดียว ซึ่งทำให้งานวิจัยในภาพใหญ่สามารถนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น

Posted in ถังความคิด | Tagged: , , | Leave a Comment »

รัฐบาลสุรยุบ

Posted by suppasu on October 25, 2007

รัฐบาลแห่งนักรบ เป็นศัตรูกับความไม่พอเพียง ยุบทุกอย่างที่ขวาหน้า ยุบ TCDC ไปแล้ว ผมยังเห็นว่าไม่พอ ประเทศชาติสูญเสียเงินไปกับหลายสิ่งที่ไม่พอเพียง ผมขอให้เสนอให้ยุบเพิ่มอีกดังนี้

ยุบมหาวิทยาลัยรัฐไปเลย เปิดมากี่สิบปีก็ไม่รู้ ไม่เห็นประเทศชาติจะก้าวหน้าเลย เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

เอ้อ ลืมไป ยุบโรงเรียนมัธยม ประถมด้วยซิ สอนนักเรียนไม่เห็นจะได้ผลเลย เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

ยุบทุนต่างๆให้หมด พสวท, สควท, ทุนวิจัย, ทุนหวย, ทุนการศึกษา, ทุนเรียนดี ส่งไปเรียนทำไมก็ไม่รู้ กลับมาก็มาทำงานให้รัฐบาลงี่เง่าเหมือนเดิม เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

ยุบหน่วยงานราชการต่างๆไปเลย บริการประชาชนมาแล้วไม่รู้กี่สิบปี ก็ยังห่วยแตกเหมือนเดิม มีหน่วยงานราชการทำไม จ้างข้าราชการทำไม จ้างไปก็เช้าชามเย็นชาม เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

ยุบการรถไฟไปเลย ขาดทุนมานานแล้วนี่? เปลืองงบประมาณยิ่งกว่า TCDC ซะอีก ทำไมไม่ยุบล่ะ เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

โครงการ30บาทรักษาทุกโรค (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว) ยุบไปด้วยซิ ขาดทุนอยู่ไม่ใช่เหรอ เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

ที่สำคัญ ยุบรัฐบาลนักรบไปเลย ทำไมไม่ยุบล่ะ อุตส่าห์ทำรัฐประหารให้ประเทศแย่ลง เปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ

ป.ล. สำหรับข้าราชการ ผมว่าเฉพาะพวกที่เช้าชามเย็นชามจริงๆ คนที่ทำดีอยู่แล้วผมไม่ได้ว่านะครับ

Posted in ถังความคิด | Tagged: , , | Leave a Comment »

U

Posted by suppasu on October 18, 2007

ในบรรดาอักษรภาษาอังกฤษทั้งหมด ผมว่าตัวอักษรที่หน้าสนใจที่สุดก็เห็นจะเป็นตัว U เพราะว่าตัว U ตามความคิดของผมมันแฝงไปด้วยปรัชญาหลายอย่าง

ชีวิตคนเรานั้นก็เหมือนตัว U มีขึ้นก็ต้องมีลง ไม่มีใครที่จะขึ้นไปได้ตลอดโดยไม่มีวันลง และในทางกลับกัน ก็ไม่มีใครที่จะลงไปตลอดเช่นกัน แต่ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อเราลงมาถึงจุดต่ำสุดของชีวิตแล้ว เราจะขึ้นไปอีกได้หรือไ่ม่? ซึ่งถ้าหากเรามองตัว U ดีๆ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ที่จุดต่ำสุด แต่สุดท้ายก็จะขึ้นไปอยู่บนจุดยอดไปเสมอ

หากเราลองคว่ำตัว U ก็จะได้ปรัชญาอีกอย่างเช่นกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อตัว U คว่ำ การที่เราจะไปถึงจุดยอดของตัว U นั้น เราต้องผ่านจุดล่างสุดก่อนเสมอ ซึ่งก็เหมือนชีวิตคน ไม่มีใครที่จะถึงจุดยอดได้ โดยที่ตัวเองไม่ผ่านจุดต่ำสุดของชีวิตมาก่อน

ถ้ามอง U ในแง่ส่วนตัว ในชีวิตผมได้รับแรงบันดาลใจจาก U ก็หลายครั้ง ขาด U เหมือนขาดใจ (เน่าไปป่าวฟะ)

ป.ล. ขึ้นต้นเหมือนจะดี แต่ไ่ม่รู้ทำไมลงท้ายแบบเน่าๆซะงั้น

Posted in ถังความคิด | Tagged: , , | 2 Comments »

ภิกษุสันดานกา

Posted by suppasu on October 13, 2007

เคยไปแสดงความคิดเห็นในบล็อกของขวัญใน learner.in.th เรื่อง ภิกษุสันดานกา : หมิ่นศาสนาหรือว่าสื่อสะท้อนความจริง รู้สึกตัวเองตอบได้ยาวดี ปกติไม่เคยตอบอะไรยาวๆ ซักเท่าไหร่ ขออนุญาติ ขวัญมาแปะไว้ที่นี่หน่อยละกัน

ผมว่าเราต้องแยกประเด็นกันให้ชัดเจน ไม่นั้นล่ะก็ต้องเถียงกันตายเลย

ประเด็นแรก : เรื่องของภาพ

ผมมองว่าศิลปะและวรรณกรรมคือการสะท้อนและกระตุ้นเตือนสังคมในรูปแบบหนึ่ง ผมมองว่าภาพนี้สะท้อนภาพส่วนหนึ่งของพระสงฆ์ในไทยได้เป็นอย่างดี (ผมย้ำว่าส่วนหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ทั้งหมด)

ประเด็นที่สอง : เรื่องการแสดงออกของพระสงฆ์

ถ้าผมเป็นพระสงฆ์ หรือเป็นคนที่ออกมาต่อต้าน สิ่งที่ผมจะทำอย่างแรกก็คือ ยอมรับว่าสิ่งที่เค้าวาดมามีส่วนจริง (ผมจะประท้วงอย่างรุนแรงถ้าเค้าวาดในสิ่งที่ไม่จริง) ผมจะไม่ประณามคนวาด,ผมจะไม่บอกคณะกรรมการให้ยึดรางวัล แต่ที่ผมจะทำก็คือ อธิบายกับสังคม ให้รับรู้ว่าสิ่งที่ศิลปินสะท้อนออกมาคือความจริงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่าพระสงฆ์ทั้งหมดจะต้องเป็นอย่างนั้น

ประเด็นสุดท้าย : เรื่องความรักไม่รักในศาสนา

เรื่อง นี้เป็นเรื่องที่พูดยากและละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง ผมว่าคนที่เห็นด้วยกับภาพ หลายคนก็เป็นคนพุทธ แล้วก็ไม่ใช่เพียงแต่เป็นพุทธในทะเบียนบ้านด้วย แต่มุมมองเรื่องความเป็น ชาวพุทธ ของหลายๆคนอาจจะไม่เหมือนกัน หลายคนบอกว่าการทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม ต่อต้านใครก็ตามที่พูดถึงศาสนาในทางไม่ดี (แม้ว่าจะมีส่วนจริง) นั่นคือชาวพุทธ

ผมขอยกตัวอย่างที่ Extremeหน่อย เพื่อจะเห็นภาพได้ชัด (อาจจะแรงไปบ้าง)

ตา มีีเป็นคนใจบุญ เข้าวัด ฟังธรรม ตักบาตรทุกเช้า ตามีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับภาพวาดนี้ แต่เบื้องหลังของตามีที่หลายคนอ่าจจะไม่รู้ก็คือ ตอนกลางคืนตามีกลายร่างเป็นโจร เที่ยวปล้นไปทั่ว ผมถามว่า คนอย่างตามีถือว่าเป็นชาวพุทธหรือไม่?

ตานาไม่เคยเข้าวัด ไม่เคยฟังธรรม ตานามองภาพนี้แล้วสนับสนุน แต่ถึงตานาจะไม่เคยทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม หรือปกป้องพระพุทธศาสนา แต่ตานาก็ไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร ไม่เคยเบียดเบียนใคร ช่วยเหลือสังคมตามโอกาส ผมถามว่า คนอย่างตานา ถือเป็นชาวพุทธหรือไม่ ?

Posted in ถังความคิด | Tagged: , , | Leave a Comment »